แฟรนไชส์ VS การสร้างแบรนด์ของตนเอง ควรเลือกอย่างไหน

สำหรับผู้สนใจจะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว อาจจะสับสนว่า หากเรามีต้นทุนอยู่แล้ว และมีความพร้อมในการทำธุรกิจ จะเลือกเส้นทางไหนดี ระหว่างการเริ่มต้นสร้างแบรนด์ใหม่ของตนเอง หรือจะเลือกซื้อแฟรนไชส์ที่ทุกอย่างถูกเตรียมมาให้แล้ว

แน่นอนว่า ทั้งสองทางเลือกย่อมมีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป ดังนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบและความถนัดของเราว่าจะตัดสินใจเลือกเส้นทางไหน อย่างไรก็ตามเพื่อให้ผู้อ่านตัดสินใจได้ง่ายขึ้น SME Frog ได้รวบรวมข้อดี–ข้อจำกัดของการลงทุนทั้งสองแบบมาให้ผู้อ่านได้ศึกษา เพื่อจะได้ทราบว่าจะสร้างแบรนด์ของตัวเองหรือเลือกลงทุนในแฟรนไชส์ดี?

สร้างแบรนด์-ธุรกิจของตนเองจากศูนย์

มีข้อดีคือ
 สามารถสร้างเอกลักษณ์ความเป็นตัวตนในแบบฉบับของตัวเองได้ คุณสามารถยืดหยุ่น พลิกแพลงเมนูได้ตามใจชอบ และยังได้กำไรต่อหน่วยสูง
 วิชาความรู้ต่างๆ ในการประกอบธุรกิจ ปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะมีหนังสือ ตำราวางขายอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งตามเว็บไซด์ต่างๆ ก็มีให้ท่านสามารถศึกษาค้นคว้าได้ฟรีๆ
 ปัจจุบัน มีการเปิดหลักสูตรอบรมการประกอบธุรกิจในสาขานั้นๆอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ว่าจะเป็น ชานมไข่มุก กาแฟ เบเกอรี่ บะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว ฯลฯ เพื่อฝึกให้ผู้ที่สนใจได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ส่วนค่าเรียนมีตั้งแต่หลักพันบาทถึงหลักหมื่นบาท โดยจะเน้นสอนพื้นฐานเพื่อให้ผู้เรียนนำไปต่อยอดพัฒนาเมนูของตัวเองได้ต่อไป
 ด้านวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ ทุกวันนี้ก็หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดและศูนย์การค้า ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายแบบ หลายยี่ห้อและหลายราคา ดังนั้นผู้ประกอบการต้องศึกษา และตัดสินใจเลือกให้ถูกต้องเหมาะสม
 ในสถานเปิดสอนหลายๆแห่งมักจะขายวัตถุดิบและอุปกรณ์ให้ด้วย เรียกว่าให้บริการครบครันเลยทีเดียว ทั้งนี้ อุปกรณ์และวัตถุดิบต่างๆ ขึ้นอยู่ความสนใจของผู้ประกอบการ

ข้อจำกัด
 การสร้างแบรนด์ของตัวเอง มีความยุ่งยากที่ต้องรับผิดชอบจัดการด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหาสูตร วัตถุดิบ แรงงาน การประชาสัมพันธ์ เพื่อให้สินค้าหรือบริการเป็นที่รู้จัก ซึ่งผู้ที่อยากจะทำธุรกิจลักษณะนี้ควรจะมีประสบการณ์ ความรู้ และความสามารถในการจัดการธุรกิจนั้นๆได้ดีระดับหนึ่ง
2. แฟรนไชส์ มีข้อดีคือ
 ได้ธุรกิจสำเร็จรูปเหมาะสำหรับมือใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ เพราะไม่ต้องปวดหัวจัดการสร้างธุรกิจเองทุกอย่าง แฟรนไชส์จะวางระบบต่างๆอย่างครบวงจร ตั้งแต่การอบรม การช่วยเหลือสนับสนุนวัตถุดิบ อุปกรณ์ การออกแบบร้าน โดยแต่ละแฟรนไชส์มีให้เลือกหลากหลายราคาตั้งแต่ หลักพันบาทไปจนถึงหลักล้านบาทเช่น แฟรนไชส์ 7-11
 บางแฟรนไชส์ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ร่วมแฟรนไชส์ในการเจรจากับแหล่งเงินกู้ เพราะการขอกู้ในนามบริษัทหรือกลุ่มใหญ่ๆ จะได้รับการอนุมัติง่ายกว่าการขอกู้ในนามบุคคล
 ทุกคนสามารถทำแฟรนไชส์ได้ ขอแค่มีความกล้าที่จะลงทุน มีความสามารถด้านการบริหารจัดการ สนใจด้านการตลาด เพียงเท่านี้เราก็สามารถทำแฟรนไชส์ได้แล้ว เพราะเจ้าของสิทธิ์แฟรนไชส์ได้ลองผิดลองถูกมาเป็นเวลานาน กว่าจะคิดค้นสูตรลับเฉพาะในธุรกิจนั้นๆได้ และพร้อมจะถ่ายทอดให้แก่ผู้ร่วมแฟรนไชส์ ทำให้สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว แม้เราจะไม่เคยทำงานด้านนี้มาก่อน ซึ่งข้อนี้แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับการสร้างแบรนด์ที่คุณต้องลงทุนลงแรงเพื่อคิดค้นสูตรเฉพาะของธุรกิจ
 ด้านทำเลที่ตั้ง แฟรนไชส์มักจะมีคู่มือและที่ปรึกษาคอยให้ความช่วยเหลือเราเวลาหาที่ทำเล เพื่อเริ่มต้นทำธุรกิจ อีกทั้งยังช่วยต่อรองราคาค่าที่ให้ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายน้อยลง
ข้อจำกัด
 บางแฟรนไชส์มีราคาแพงหลักล้านบาท ดังนั้น ผู้ร่วมแฟรนไชส์จึงควรมีเงินลงทุนในระดับหนึ่ง
 สิ่งสำคัญของการซื้อแฟรนไชส์คือ ต้องเลือกแฟรนไชส์ที่มีความน่าเชื่อถือ มีระบบบริหารจัดการที่ดี และเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้น ก่อนจะซื้อแฟรนไชส์ ผู้ประกอบการต้องศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบ ตั้งแต่ประวัติของบริษัท ผลตอบรับ จุดเด่นของสินค้าหรือบริการ ประสิทธิภาพการบริหารแฟรนไชส์ที่ผ่านมา ระยะเวลาในการคืนทุน คุณภาพของสาขาว่าอยู่ในมาตรฐานเดียวกันหรือไม่ และที่สำคัญที่สุด ธุรกิจแฟรนไชส์นั้นๆมีการให้ความช่วยเหลือสนับสนุนและส่งเสริมผู้ร่วมแฟรนไชส์อย่างไรบ้าง ซึ่งเป็นการบ้านที่ผู้ประกอบการทุกท่านจะต้องทำก่อนลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์
และนี่คือ ข้อดี – ข้อจำกัด ของการสร้างแบรนด์ของตัวเองและการทำแฟรนไชส์ ซึ่งผู้ที่จะลงทุนสามารถนำไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุนได้ว่าท่านเหมาะที่จะทำธุรกิจในรูปแบบใด โดยเราหวังว่าข้อมูลที่นำเสนอในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านไม่มากก็น้อย

กองบรรณาธิการกบ
ทีมงานบรรณาธิการกบแห่งเว็บ SME Frog ที่มีใจรักในงานเขียนและศึกษา เป้าหมายสูงสุดคือกาารถ่ายทอดสิ่งดีๆให้ผู้อ่านทุกคนได้มีรายได้ และมีความสุขในสิ่งที่ทำ